จิบกาแฟแลเมืองรถม้า: ปักหมุด 7 คาเฟ่ลำปาง บรรยากาศสุดชิลล์ ฟีลกู้ดแบบ Slow Life พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ ลำปาง ริเวอร์ ลอจ์ด

Tree House Cafe

“ลำปาง… ไม่ใช่ทางผ่าน แต่คือปลายทางแห่งความสุข”

หากเชียงใหม่คือเมืองแห่งความฮิปและคึกคัก “ลำปาง” ก็คือเมืองพี่เมืองน้องที่เลือกจะใช้ชีวิตในจังหวะที่ช้าลง (Slow Life) ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ ธรรมชาติที่ยังคงความดิบ และที่สำคัญคือ “วัฒนธรรมคาเฟ่” ที่เติบโตขึ้นอย่างเงียบๆ แต่น่าสนใจมาก

ในยุคนี้ ลำปางกลายเป็นสวรรค์ของเหล่า Cafe Hopper ที่มองหาร้านกาแฟบรรยากาศดี ไม่พลุกพล่าน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่บ้านไม้เก่าสไตล์ล้านนา คาเฟ่ในสวนป่าร่มรื่น หรือร้านกาแฟ Specialty Coffee ฝีมือฉกาจ

ทริปนี้ Lampang River Lodge (ลำปาง ริเวอร์ ลอดจ์) รีสอร์ทสไตล์ล้านนาวิลล่าริมแม่น้ำวัง ขออาสาเป็นไกด์ท้องถิ่น พาคุณไปเช็คอิน 7 ร้านกาแฟและคาเฟ่ยอดฮิต ที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก ให้คุณได้ขับรถกินลมชมวิว แวะจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด และถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นความทรงจำในวันพักผ่อน


1. Sala Bua (ศาลาบัว): จิบกาแฟชมบึงบัว สุนทรียะในบ้านของเรา

(พิกัด: ภายใน Lampang River Lodge)

ก่อนจะสตาร์ทรถออกไปข้างนอก ไม่มีที่ไหนจะสุขใจไปกว่าการเริ่มต้นวันที่ “ศาลาบัว” ห้องอาหารและคาเฟ่ริมน้ำภายในรีสอร์ทของเราเอง

บรรยากาศร้าน:

ศาลาบัวตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของต้นไม้ใหญ่และ “บึงบัว” ขนาดใหญ่ที่เป็นหัวใจของรีสอร์ท ตัวอาคารเป็นเรือนไม้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติ (Open Air) ให้คุณได้นั่งจิบกาแฟยามเช้าพร้อมฟังเสียงนกร้องและชมดอกบัวที่กำลังบานสะพรั่ง บรรยากาศที่นี่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมาก เหมาะสำหรับการนั่งอ่านหนังสือ หรือนั่งคุยกับคนรู้ใจโดยไม่ต้องเร่งรีบ


2. Mixirista Coffee: สถานีความสุข สไตล์วินเทจ

(พิกัด: หน้าสถานีรถไฟนครลำปาง / ห่างจากรีสอร์ทประมาณ 15 นาที)

ร้านกาแฟที่มาแรงที่สุดในลำปาง ต้องยกให้ Mixirista Coffee สาขาสถานีรถไฟ ร้านนี้โดดเด่นทั้งรสชาติกาแฟและสถาปัตยกรรม

บรรยากาศร้าน:

ร้านนี้ดัดแปลงมาจากอาคารเก่าหน้าสถานีรถไฟ ตกแต่งในสไตล์ Vintage Industrial ผสมผสานกลิ่นอายของสถานีรถไฟยุโรป โทนสีเขียวหัวเป็ดตัดกับงานไม้และอิฐโชว์แนว ให้ความรู้สึกขลังและเท่ในเวลาเดียวกัน ภายในร้านหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วบดใหม่ๆ เพราะที่นี่จริงจังเรื่องกาแฟมาก มีเมล็ดให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์ ใครสาย Specialty Coffee ต้องมาโดน!


3. Karpenter Cafe & Hotel: โรงนาไม้สุดฮิป สไตล์มินิมอล

(พิกัด: ถนนนาก่วม / ห่างจากรีสอร์ทประมาณ 10 นาที)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด Karpenter (คาร์เพนเตอร์) เป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณโรงแรมดีไซน์เก๋

บรรยากาศร้าน:

โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทรง “โรงนา” (Barn House) สร้างจากไม้สีน้ำตาลเข้มทั้งหลัง ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนไปเที่ยวฟาร์มในต่างประเทศ ภายในตกแต่งสไตล์ Loft เพดานสูงโปร่ง โล่งสบาย มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เพียบ โดยเฉพาะโซนด้านหลังที่มีสนามหญ้าและต้นจามจุรีใหญ่ยักษ์ ให้ร่มเงาที่ร่มรื่นมาก


4. Baan Phraya Suren (บ้านพระยาสุเรนทร์): ย้อนเวลาจิบกาแฟในคฤหาสน์เก่า

(พิกัด: ถนนสุเรนทร์ / ห่างจากรีสอร์ทประมาณ 12 นาที)

หากคุณหลงใหลในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ต้องมาที่ บ้านพระยาสุเรนทร์ by Madame Musur

บรรยากาศร้าน:

ที่นี่คือคฤหาสน์โบราณอายุร้อยกว่าปีที่เคยเป็นบ้านพักของเจ้าเมืองลำปางในอดีต ตัวอาคารเป็นเรือนปั้นหยา 2 ชั้น ทาสีเหลืองนวลตัดกับหน้าต่างสีเขียว สวยงามและคลาสสิกมาก ปัจจุบันได้รับการบูรณะเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจ ให้ความรู้สึกหรูหราแต่เข้าถึงง่าย การได้มานั่งจิบชาที่ระเบียงบ้านเก่าแห่งนี้ คือการย้อนเวลาหาอดีตที่โรแมนติกที่สุด


5. Flat White Café: ความขาวคลีนที่ลงตัว

(พิกัด: ถนนวัดมิ่งเมือง / ห่างจากรีสอร์ทประมาณ 15 นาที)

เปลี่ยนอารมณ์มาเอาใจสายเกาหลี สายมินิมอลกันบ้างที่ Flat White Café ร้านสีขาวสะดุดตาที่ใครขับผ่านก็ต้องมอง

บรรยากาศร้าน:

ชื่อร้านบอกยี่ห้ออยู่แล้วว่าเป็นสีขาว ตัวร้านออกแบบด้วยโทนสีขาวคลีน (Clean White) ทั้งภายนอกและภายใน ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนและการจัดแสงที่สวยงาม ทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วผิวสวย ดูละมุนตาไปหมด ร้านนี้มีเพดานสูงลิ่ว (Double Volume) และกระจกบานใหญ่ ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด เหมาะกับการมานั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ


6. Dhanabadee Ceramic Museum (Dragon Kiln Cafe): จิบกาแฟ ชมงานศิลป์

(พิกัด: ถนนวัดจองคำ / ห่างจากรีสอร์ทประมาณ 20 นาที)

มาลำปางทั้งที ต้องมาสัมผัส “เมืองเซรามิก” ที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี นอกจากจะได้ชมเตามังกรโบราณแล้ว ที่นี่ยังมีคาเฟ่เก๋ๆ ซ่อนอยู่ด้วย

บรรยากาศร้าน:

คาเฟ่เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์ ตกแต่งด้วยงานเซรามิกและถ้วยชามตราไก่ที่เป็นเอกลักษณ์ของลำปาง บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ จุดเด่นคือภาชนะที่ใช้เสิร์ฟเครื่องดื่มและขนม ล้วนเป็นงานเซรามิกดีไซน์สวยๆ จากโรงงานธนบดีเอง ทำให้การดื่มกาแฟที่นี่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร


7. Kyoto Shi Cafe: ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่ลำปาง

(พิกัด: ถนนสนามบิน / ห่างจากรีสอร์ทประมาณ 15 นาที)

สำหรับวัยรุ่นและครอบครัวที่มีเด็กๆ ต้องถูกใจร้านนี้ Kyoto Shi Cafe (เกียวโตชิ คาเฟ่)

บรรยากาศร้าน:

เหมือนยกเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มาตั้งไว้กลางลำปาง! ร้านตกแต่งน่ารักมาก มีทั้งเสาโทริอิสีแดง ป้ายรถเมล์ญี่ปุ่น ทางม้าลาย และมุมตู้กดน้ำที่เหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่นเปี๊ยบ ใครคิดถึงญี่ปุ่นต้องมาเช็คอินที่นี่ เมนูเด่นของร้านคือโดนัทโฮมเมดที่มีให้เลือกเยอะมาก


เคล็ดลับเที่ยวคาเฟ่ลำปางฉบับ Slow Life

เพื่อให้ทริปคาเฟ่ของคุณสมบูรณ์แบบ แนะนำให้:

  1. เช่ารถขับหรือเหมารถม้า: ลำปางเป็นเมืองที่ขับรถง่าย รถไม่ติด หรือจะลองนั่งรถม้าชมเมืองแล้วแวะตามคาเฟ่ก็ได้ฟีลไปอีกแบบ
  2. ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ: แสงจะสวยและคนไม่เยอะ เหมาะกับการถ่ายรูป
  3. แต่งกาย: ชุดผ้าฝ้าย ผ้าลินิน หรือชุดสไตล์มินิมอล จะเข้ากับบรรยากาศร้านกาแฟในลำปางมาก

บทสรุป: จบทริปคาเฟ่ กลับมานอนเปลที่ Lampang River Lodge

หลังจากตระเวนจิบกาแฟและถ่ายรูปจนหนำใจ การได้ขับรถกลับเข้ามาสู่ความเงียบสงบของป่าใหญ่ที่ Lampang River Lodge คือการปิดท้ายวันที่ดีที่สุด

เปลี่ยนจากเก้าอี้คาเฟ่ มาเอนหลังลงบนเตียงนุ่มๆ ในบ้านไม้เรือนล้านนา หรือจะออกมานั่งเล่นที่ระเบียงห้องพัก ฟังเสียงแม่น้ำวังไหลเอื่อยๆ… นี่แหละคือรสชาติของความสุขในแบบฉบับลำปาง

วันหยุดนี้… มาใช้ชีวิตให้ช้าลง จิบกาแฟให้หอมขึ้น ที่ลำปางกันนะครับ

👉 วางแผนทริป Slow Life และจองที่พักราคาพิเศษได้ที่:www.lampangriverlodge.com

ตรวจสอบราคาและค้นหาห้องพัก

วันเดินทาง
0 - 6 ปี